ผู้เขียน หัวข้อ: ทองพันชั่ง..สมุนไพรแก้มะเร็ง...เอดส์  (อ่าน 2787 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ lung_ood

  • เด็กมหาลัย..
  • *****
  • กระทู้: 769
    • ดูรายละเอียด



                    
                                                       ทองพันชั่ง..สมุนไพรแก้มะเร็ง...เอดส์

วันก่อนมีลูกค้ามาเล่าให้ฟังว่าลูกป่วยเป็นเอดส์  ตัวเเกเองก็กลุ้มใจมากหมอแผนปัจจุบันรักษาไม่ได้แล้ว ตามตัวมีตุ่มเม็ดขึ้นเยอะมาก เมื่อหมดหนทางในการรักษาเค้าจึงพาลูกกลับมาอยู่ที่บ้านเพื่อมาตายที่บ้าน อาการหนักมากกินอะไรไม่ได้เลย เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก  ไม่มีแรง นอนรอความตายอย่างเดียว ตัวแกก็ไม่รู้ว่าจะช่วยลูกได้อย่างไร นั่งร้องไห้ทุกวัน...มีอยู่วันหนึ่งแกก็มานั่งตรงบันไดหน้าบ้านแล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นต้นทองพันชั่งที่ขึ้นอยู่ริมรั้ว นึกถึงคำพูดของคนสมัยก่อนที่ว่าสมุนไพรไทยสามารถรักษาได้หลายโรคแกก็เลยนำต้นทองพันชั่งมาต้มแล้วนำน้ำไปกรอกใส่ปากลูก กรอกทุกวัน แม้ว่าจะกรอกได้ยากมากแต่แกก็พยายามกรอกให้ได้มากที่สุด  หลังจากนั้นไม่กี่วัน...แกก็ต้องตกใจสุดขีดเพราะลูกแกบอกแกว่า..แม่หนูหิว ขอกินข้าวหน่อย...ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้แม้แต่น้ำก็แทบจะไม่กิน..เมื่อแกได้ยินดังนั้นแกก็รีบไปต้มข้าวมาให้ลูกกิน หลังจากนั้นแกก็ต้มทองพันช่างให้ลูกกินทุกวัน...ปัจจุบันนี้ลูกแกสามารถกินข้าวได้ปกติ เม็ดตุ่มตามตัวเริ่มหายไป น้ำเหลืองดีขึ้น สามารถเดินได้ตามปกติ อาการโดยรวมดีขึ้นมาก...(เรื่องข้างต้นดังกล่าวเป็นเรื่องที่ได้รับฟังมา..ดังนั้นผู้ป่วยควรศึกษาหรือปรึกษากับผู้ที่มีความรู้อีกทีหนึ่ง  เนื่องจากสมุนไพรบางตัวอาจจะถูกกับโรคหนึ่ง แต่อาจจะไม่ถูกกับอีกโรคหนึ่ง ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นหลายๆโรคควรศึกษาสรรพคุณให้ดีก่อนจะใช้)


Thanks: ฝากรูป web-hosting


เมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าวก็เลยไปค้นสรรพคุณของทองพันชั่งดูว่าสามารถช่วยรักษาเอดส์ได้อย่างไร...แต่ก็ไม่เจอเกี่ยวกับสรรพคุณทางการรักษาเกี่ยวกับโรคเอดส์โดยตรง   เจอแต่งานวิจัยสรรพคุณทางการรักษาของโรคมะเร็ง...แต่หลังจากดูสรรพคุณของทองพันชั่งแล้วคิดว่าน่าจะครอบคลุมได้กว้างสำหรับการรักษาโรคที่มีอาการแสดงออกทางผิวหนัง หรือผู้ป่วยที่มีน้ำเหลืองไม่ดี ...  ซึ่งหากมีการทำวิจัยเพื่อศึกษาน่าจะช่วยผู้ป่วยโรคเอดส์ได้อีกทางหนึ่ง...นอกจากทองพันชั่งแล้วบอระเพ็ดก็เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ช่วยรักษามะเร็งกับเอดส์ได้

...บอระเพ็ด พบว่า มีสารออกฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดยับยั้งเซลล์มะเร็ง ยับยั้งเชื้อเอชไอวี 1 (โรคเอดส์) เพิ่มแรงบีบตัวกล้ามเนื้อหัวใจ โดยไม่เพิ่มอัตราการเต้นหัวใจ ซึ่งมีผลดีต่อหัวใจ และสามารถทราบวิธีที่วิเคราะห์สารออกฤทธิ์เหล่านี้ เพื่อควบคุมคุณภาพของบอระเพ็ดในการใช้เป็นยาเสริมในการรักษาโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคเอดส์



Thanks: ฝากรูป web-hosting
  
                                               ทองพันชั่ง

 
 
ชื่ออื่น :  ทองคันชั่ง หญ้ามันไก่ (ภาคกลาง)
 
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม ส่วนโคนต้นเนื้อไม้เป็นแกนแข็ง ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้ามกัน รูปไข่ กว้าง 2-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. ปลายใบแหลมเรียว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ แผ่นใบสีเขียวอ่อน ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีขาว กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น 2 ปาก ปากล่างมีจุดประสีม่วงแดง ผล เป็นฝักเล็ก พอแห้งแตกออกได้
ส่วนที่ใช้ : ราก  ทั้งต้น  ต้น  ใบ
 
สรรพคุณ :

ราก - แก้กลากเกลื้อน รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคผิวหนัง ดับพิษไข้ แก้พิษงู แก้พยาธิวงแหวนตาผิวหนัง

ทั้งต้น - รักษาโรคผิวหนัง แก้น้ำเหลืองเสีย แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน รักษามะเร็ง คุดทะราด ขับพยาธิตามผิวหนัง ตามบาดแผล แก้ไส้เลื่อน ไส้ลาม แก้ปัสสาวะผิดปกติ

ต้น - บำรุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ รักษาโรคผมร่วง

ใบ - ดับพิษไข้ แก้กลากเกลื้อน ผื่นคัน แก้โรคไขข้ออักเสบ รักษาโรคผิวหนัง รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคความดันโลหิตสูง แก้ผมร่วง บำรุงร่างกาย แก้โรค 108 ประการ แก้ปวดฝี แก้พิษงู ถอนพิษ แก้อักเสบ แก้โรคมุตกิต รักษาโรคพยาธิวงแหวนตามผิวหนัง
นอกจากนี้ยังใช้ผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ รักษาโรคต่อไปนี้คือ

ราก - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด กระเพาะลำไส้ มะเร็งตามร่างกาย ทำให้ผมดกดำ แก้ไอเป็นเลือด อาเจียนเป็นเลือด แก้ริดสีดวงทวาร ดับพิษไข้ รักษาโรคผิวหนัง แก้กระษัย แก้ผมหงอก ผมร่วง รักษาโรคตับพิการ รักษาโรครูมาติซึม รักษาโรคไขข้อพิการ แก้ลมเข้าข้อทำให้ปวดบวมต่างๆ ขับปัสสาวะ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค

ทั้งต้น  - รักษาโรคผิวหนัง คุดทะราด แก้เม็ดผื่นคัน

ต้น - รักษามะเร็งเนื้องอก รักษามะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะ มะเร็งตามร่างกาย มะเร็งลำไส้ แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง

ใบ - แก้แมงเคียนกินรากผม แก้เหา แก้รังแค รักษาโรคผิวหนัง แก้ไข้ แก้ปวดหัวตัวร้อน แก้มะเร็งไช แก้หิดมะตอย รักษาโรคมะเร็ง รักษาวัณโรค แก้ใจระส่ำระสาย แก้คลุ้มคลั่ง แก้สารพัดพิษ
นอกจากนี้ในตำราบางเล่ม ยังได้กล่าวถึงสรรพคุณทองพันชั่ง โดยไม่ได้ระบุว่าใช้ส่วนใดของพืช หรือส่วนใดในตำรายาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ ในการบำบัดรักษาโรคต่างๆ ดังต่อไปนี้คือ
- รักษาโรคความดันโลหิตสูง รักษาโรคมะเร็ง แก้มุตกิตระดูขาว เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ผมร่วง รักษาโรคนิ่ว
- แก้เคล็ดขัดยอกชายโครง มือเคล็ด คอเคล็ด แก้มะเร็งในกระเพาะ แก้ฝีประคำร้อย แก้มะเร็งในคอ แก้มะเร็งในปาก แก้ไข้เหนือ แก้จุกเสียด เป็นยาหยอดตา แก้ไอเป็นเลือด แก้ช้ำใน แก้นิ่ว แก้โรคผิวหนัง แก้ลมสาร แก้มะเร็งในปอด แก้มะเร็งภายในและภายนอก


Thanks: ฝากรูป web-hosting

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

ใช้รับประทานเป็นยาภายใน รักษาโรคมะเร็ง และวัณโรคระยะเริ่มแรก
1. ใช้ทั้งต้น สด จำนวน 30 กรัม ต้มกับน้ำ จำนวนท่วมใบยา ต้มดื่มต่างน้ำ
2. ใช้ก้านและใบสด 30 กรัม (แห้ง 10-15 กรัม) ผสมน้ำตาลกรวดต้มน้ำดื่ม รักษาโรคปอดระยะเริ่มแรก

ใช้เป็นยาภายนอก แก้โรคผิวหนัง กลากเกลื้อนและผื่นคันอื่นๆ
1. ใช้ใบสด 5-8 ใบ หรือ รากสด 2-3 ราก
ใบสดตำให้ละเอียด เติมเหล้าโรงเล็กน้อย ทาบริเวณที่เป็นเกลื้อน หรือเอารากมาป่น แช่เหล้าไว้ 1 สัปดาห์ กรองเอาน้ำยาที่แช่มาทา ทาบ่อยๆ จนกว่าจะหาย
2. ใช้ใบสดตำผสมน้ำมันดิบ หรือ แอลกอฮอล์ 75% ทาบริเวณที่เป็น

ข้อควรระวังคือ ห้ามผู้ที่เป็นโรคโลหิตจาง โรคหัวใจ โรคหืด โรคความดันต่ำ โรคมะเร็งในเม็ดเลือด รับประทาน

ข้อมูล.. http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/

http://thaiherbsbeauty.igetweb.com/index.php?mo=3&art=311607



เพิ่มเติม...

     ทองพันชั่ง" ช่วยยับยั้งมะเร็ง ฝีมือนักวิจัย มก.  


          
    ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
              
    
"มะเร็ง" ในปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่คร่าชีวิตของผู้คนไป ทั้งนี้มะเร็งที่เกิดกับเพศหญิงโดยมากแล้วในปัจจุบันมักจะเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งมดลูก อย่างไรก็ตามบรรดานักวิจัยจากหลากหลายที่ต่างพยายามเสาะหาตัวยาเพื่อยับยั้งและรักษาผู้ป่วยจากโรคมะเร็ง


ล่าสุด นักวิจัยภาควิชาเคมี ม.เกษตรฯ ร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้สังเคราะห์สารอนุพันธ์แนพโทควิโนนเอสเทอร์ จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง และสารดังกล่าวมีฤทธิ์ยับยั้งมะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูกได้สำเร็จ


ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.งามผ่อง คงคาทิพย์ หนึ่งในทีมวิจัยและ รองศาสตราจารย์ ดร. บุญส่ง คงคาทิพย์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และเคมีอินทรีย์สังเคราะห์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยถึงผลสำเร็จในการวิจัยสังเคราะห์สารอนุพันธ์ "แนพโทควิโนนเอสเทอร์" ที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง จากสารต้นแบบที่ได้จากต้นทองพันชั่ง


โดย รศ.ดร.งามผ่อง กล่าวว่า ทางภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำการวิจัยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติและเคมีอินทรีย์สังเคราะห์แนพโทควิโนนเอสเทอร์


โดยพบว่า สารประกอบประเภท "แนพโทควิโนนเอสเทอร์" เป็นสารประกอบที่มีการออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง ที่แยกได้จากต้นทองพันชั่ง ซึ่งแพทย์แผนโบราณ ได้ใช้ทองพันชั่งในการรักษาโรคมะเร็ง โรคตับอักเสบ โรคผิวหนัง มาโดยตลอด


อย่างไรก็ตาม สารประกอบประเภทนี้พบจากต้นทองพันชั่งในปริมาณน้อยมาก และการที่จะนำทองพันชั่งไปใช้พัฒนารักษาโรคมะเร็ง ต้องศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างโครงสร้างกับการออกฤทธิ์และหาสารใหม่ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งที่ดีกว่ายาปัจจุบัน

 ต้นทองพันชั่ง


ดังนั้นทีมวิจัย จึงได้ทำการ สังเคราะห์สารอนุพันธ์แนพโทควิโนนเอสเทอร์ รวมทั้งไรนาแคนทิน จากแนพทอลและอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก โดยเอสเทอร์ ที่สังเคราะห์ได้นั้นเป็นอนุพันธ์ของโซ่ตรงอะลิฟาติกและอะโรมาติก จากการทดสอบการออกฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านมและมะเร็งมดลูกนั้น พบว่าในส่วนของเอสเทอร์ที่เป็นอนุพันธ์ของอะโรมาติกจะให้ผลการออกฤทธิ์ ที่ดีกว่าในส่วนของเอสเทอร์ ที่เป็นอนุพันธ์ของโซ่ตรงอะลิฟาติก ซึ่งจะไม่ออกฤทธิ์หรือออกฤทธิ์เล็กน้อยถึงปานกลาง ในขณะนี้ทีมวิจัยได้พบสารใหม่ที่สามารถออกฤทธิ์ยับยั้ง เซลล์มะเร็งได้ถึง 35 ชนิด


"ผลการทดลองพบว่า สารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ สามารถสังเคราะห์ได้จากปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่นระหว่างสารประกอบ แนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ กับสารอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก ในส่วนของสารประกอบแนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ก็สามารถเตรียมได้ โดยเริ่มต้น จากสารตั้งต้น คือ กรด 1-ไฮดรอกซี-2-แนพโทอิก โดยผ่านปฏิกิริยาทั้งหมด 9 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะได้เปอร์เซ็นต์ ของผลิตผลสูง" รศ.ดร.งามผ่อง กล่าว


รศ.ดร.งามผ่อง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการสังเคราะห์สารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ จาก สารตั้งต้นกรด 1-ไฮดรอกซี-2-แนพโทอิก นั้นทำได้โดยการเตรียม เป็นสารประกอบแนพโทควิโนนแอลกอฮอล์ก่อน หลังจากนั้นนำสารประกอบนี้ไปทำปฏิกิริยาเอสเทอร์ริฟิเคชั่น กับอนุพันธ์ของกรดคาร์บอกซิลิก ทั้งที่เป็นอะโรมาติก และอะลิฟาติก ได้สารประกอบที่เป็นผลิตผลทั้งสิ้น 60 สาร


โดยแต่ละขั้นตอนการสังเคราะห์จะได้เปอร์เซ็นต์การผลิตสูง (71-100%) และเมื่อนำไปทดสอบการออกฤทธิ์กับเซลล์มะเร็ง 3 ชนิดคือ มะเร็งเยื่อบุช่องปาก มะเร็งเต้านม และมะเร็งมดลูก พบว่า ในสารประกอบแนพโทควิโนนเอสเทอร์ที่มีส่วนของเอสเทอร์เป็นอนุพันธ์ของอะโรมาติก จะให้ผลการออกฤทธิ์ดีกว่า ในส่วนของเอสเทอร์ที่เป็นอนุพันธ์ของโซ่อะลิฟาติก ดังกล่าวนั่นเอง



 

ออฟไลน์ jokerzero

  • เนสเซอรี่..
  • *
  • กระทู้: 4
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.smilefine.com
Re: ทองพันชั่ง..สมุนไพรแก้มะเร็ง...เอดส์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 06 ตุลาคม 2553 02:21:40 »

มะเร็งเต้านม โรคที่หญิงไทยควรรู้



ผู้หญิง ไทยทุกวันนี้ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้า นมสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในหลายๆ เมือง อาทิเช่น กรุงเทพฯ, ขอนแก่น, เชียงใหม่ และลำปาง จนทำลายสถิติที่ใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แซงหน้ามะเร็งปากมดลูก กลายเป็นอันดับหนึ่งในสตรี และอีกไม่นานเชื่อว่าภาพรวมทั้งประเทศ มะเร็งเต้านมน่าจะเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับหนึ่งในผู้หญิงไทยแน่นอน จากที่เคยทราบมาว่ามะเร็งเต้านมเป็นโรคของผู้หญิงสูงวัย หรือหญิงวัยทอง แต่จากการศึกษาของกลุ่มศัลยแพทย์ในประเทศไทยกลับพบว่า อายุเฉลี่ยโดยประมาณที่เริ่มเป็นมะเร็งเต้า นมอยู่ที่ 40 ปี น้อยกว่าตัวเลขของต่างชาติถึง 10 ปี ทั้งยังพบมากขึ้นเรื่อยๆ ในผู้หญิงอายุน้อยๆ ซึ่งล่าสุดพบว่า เด็กหญิงอายุเพียง 16 ปีก็เป็นมะเร็งเต้านมแล้ว

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม
จาก สถิติดังกล่าวนั้นคงเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายๆ คนนิ่งนอนใจไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เราคงต้องหันมาหาสาเหตุกันว่าอะไรกันแน่ที่เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงในการทำ ให้เกิดมะเร็งเต้านม และจากการศึกษาของแพทย์ พบว่าเกิดจาก ปัจจัยทางพันธุ์กรรม 5-10%, การรับประทานอาหารที่มีปริมาณไขมันสูง, การไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ, การรับฮอร์โมนภายนอกเป็นระยะเวลานานกว่า 5-10 ปี ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดคุมกำเนิด ฮอร์โมนทดแทนในวัยทอง ก็ล้วนแล้วแต่ทำให้เพิ่มความเสี่ยงได้ แต่มีบางคนสงสัยว่า การใส่เสื้อชั้นในที่มีโครงเหล็ก การใช้โรลออลส์ทารักแร้ การผ่าตัดเสริมเต้านม ดื่มนมถั่งเหลือง ล้วนแล้วแต่ให้ให้เกิดความเสี่ยง แต่ในทางการแพทย์ยังไม่มีข้อพิสูจน์ที่ชี้ชัดว่าเป็นสาเหตุจริงๆ แม้แต่การมีซีสต์ในเต้านม ก็ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเพิ่มความเสี่ยง

การป้องกันโรคมะเร็งเต้านม
เรา ป้องกันมะเร็งเต้า นมได้ ด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที ประมาณสัปดาห์ละ 3 ครั้งขึ้นไป ไม่บริโภคอาหารไขมันสูง ระมัดระวังการใช้ฮอร์โมนภายนอก นอกจากนี้ผู้หญิงทุกคน ควรที่จะฝึกคลำเต้านมด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และการตรวจอื่นๆ มีแนวทางดังนี้

- ตรวจเต้านมด้วยตนเอง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป
- ตรวจเต้านมโดยแพทย์ ทุก 3 ปี ตั้งแต่ อายุ 20 ปี เป็นต้นไป หลังจากอายุ 40 ปี ควรได้รับการตรวจทุก 1 ปี
- ควรทำแมมโมแกรม และ/หรือ อัลตราซาวน์ในช่วงอายุ 35-40 ปี 1 ครั้ง หลังจากอายุ 40 ปี เป็นต้นไปควรทำทุก 1-2 ปี
- ในผู้ป่วยที่มีประวัติ ญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ควรเริ่มทำการตรวจตั้งแต่อายุที่ญาติเป็น ลบออก 5 ปี

สิ่งที่ตรวจพบที่ต้องระวังและมาพบแพทย์
คือ ถ้าเจออาการต่อไปนี้ ก้อน หรือ เนื้อเต้านมหนากว่าปกติ ผิวหนังแดง หรือร้อน รูขุมขนใหญ่ขึ้นเหมือนผิวส้ม ผิวหนังบุ๋ม หรือมีการหดรั้งมีการนูนของผิว ปวดกว่าปกติที่เคย คัน มีผื่น โดยเฉพาะบริเวณหัวนม และฐานรอบหัวนม หัวนมบุ๋ม การชี้ของหัวนมเปลี่ยนทิศทาง เลือดไหลออกจากหัวนม หรือมีแผลที่หายยากของเต้านม หัวนม เมื่อมาพบแพทย์ การวินิจฉัยมะเร็งเต้านมในปัจจุบันก็ไม่ ยุ่งยาก ไม่ต้องเจ็บตัวหรือมีแผลขนาดใหญ่ๆ จากการผ่าตัด หลังจากที่มีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ผู้ชำนาญแล้ว แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ ในปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิตอล แมมโมแกรมทำให้ภาพที่เห็นมีความชัดมากขึ้นกว่าเดิมที่เป็นระบบอนาล็อค

ใน รายที่มีเนื้อเต้านมแน่นมาก หรือมีความเสี่ยงสูง การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพบรอยโรคที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็งเต้า นม แพทย์ก็จะใช้เข็มที่มีขนาดเล็กเพียง 1.5 มม. มาทำการเจาะตรวจชิ้นเนื้อ แม้ในรายที่คลำก้อนไม่ได้ ก็สามารถใช้แมมโมแกรม อัลตราซาวน์ หรือ MRI มาเป็นตัวนำทางให้เข็มไปเจาะถูกตำแหน่งที่สงสัยได้อย่างแม่นยำ เมื่อได้ชิ้นเนื้อ พยาธิแพทย์ก็จะดูผลว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ ถ้าท่านเป็นมะเร็งก็ไม่ต้องตกใจ เพราะปัจจุบัน วิวัฒนาการ ด้านการรักษา ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด การรักษาด้วยฮอร์โมน การฉายแสง หรือการรักษาแบบพุ่งเป้า (Target therapy) ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดี สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัดมีความทันสมัยมากขึ้น ปัญหาแทรกซ้อนน้อยลง เต้านมยังมีความสวยงามใกล้เคียงธรรมชาติมากขึ้นไม่ต้องทุกข์ทรมาน จากแขนที่บวมเนื่องมาจากการเลาะต่อมนำเหลืองรักแร้

 

 
สนับสนุนเนื้อหา
 
คำที่เกี่ยวข้อง : สุขภาพ   มะเร็ง   โรคผู้หญิง   มะเร็งเต้านม