ผู้เขียน หัวข้อ: ต้นชะพลู  (อ่าน 3833 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ lung_ood

  • เด็กมหาลัย..
  • *****
  • กระทู้: 769
    • ดูรายละเอียด
ต้นชะพลู
« เมื่อ: 07 สิงหาคม 2553 12:57:30 »


                                        


                                                                   ต้นชะพลู
 
       ชื่อพื้นเมือง : ชะพลู ช้าพลู
 (ภาคกลาง) ชะพลูเถา เฌอภลู (สุรินทร์) ผักปูนา ผักปูลิง ผักปูริง ปูลิงนก ผักพลูนก ผักอีไร ผักอีเลิศ (ภาคอีสาน)พลูลิง (ภาคเหนือ) เย่เท้ย (แม่ฮ่องสอน) พลูนก ผักปูนก (พายัพ) พลูลิงนก (เชียงใหม่) นมวา (ใต้)
การขยายพันธุ์ : ใช้ต้นปักชำ
ลักษณะ : ต้น เป็นไม้เลื้อยเนื้ออ่อน
ใบ ใบเดี่ยวรูปหัวใจ สีเขียวเข้ม
ดอก ออกดอกตามเป็นช่อ
ผล - เมล็ด -
                                    

          
                    
Thanks: ฝากรูป จดโดเมน .co.th
 สรรพคุณ : โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง โรคมะเร็ง แก้ขัดเบา เจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับเสมหะ โรคเส้นเลือดในร่างกายแข็ง
สารสำคัญ : ชะพูลมีน้ำมันหอมระเหยที่ทำให้เกิดกลิ่นเผ็ดฉุน และมีคุณค่าทางสารอาหารที่สำคัญ คือ มีธาตุเหล็กสูงมาก มีแคลเซียมและสารเบต้า-แคโรทีนในปริมาณสูง
เกร็ดความรู้
ชะพลูเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน สรรพคุณทางยามีฤทธิ์ แก้โรคโลหิตจางเนื่องจากมีธาตุเหล็กสูง แก้ลม จุกเสียด แน่นเฟ้อ ขับภายลม บำรุงธาตุ เป็นยาประจำธาตุน้ำ แก้ท้อง อืดเฟ้อ แก้อุระเสมหะ ทำให้เสมหะแห้ง แก้ดีซ่าน บำรุงน้ำดี ต้าน เกาะกรุมของเกล็ดเลือด ต้านเชื้อแบคทีเรีย ลดระดับน้ำตาลในเลือด
เนื่องจากใบชะพลูมีสารออคซาเลทค่อนข้างสูง สารตัวนี้สะสมใน ร่างกายมากเกินไป เป็นผลให้เกิดนิ้วในลำไส้ ดังนั้นควรรับประทาน แต่พอประมาณ
ผลงานการวิจัย
    1.การทดลองต้มชะพลูทั้งต้น แล้วป้อนน้ำชะพลูให้กระต่าย 2 กลุ่ม คือกระต่ายปกติและกระต่ายที่เป็นเบาหวาน เปรียบเทียบกับการใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดชื่อ ทอลบูตาไมด์ (Tolbutamide) และน้ำกลั่น ปรากฏว่าน้ำชะพลูลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายที่เป็นเบาหวานได้
แต่ไม่สามารถลดน้ำตาลในเลือดของกระต่ายปกติ และเมื่อให้กระต่ายกินยาทั้งสองชนิดต่อไปอีก 4 สัปดาห์ก็พบว่าชะพลูยังคงสามารถทำให้น้ำตาลในเลือดลดลงได้ ขณะที่ยาทอลบูตาไมด์เองลดน้ำตาลได้ไม่ชัดเจนเท่ากับชะพลู
    2.เมื่อทดลองให้สารสกัดด้วยน้ำของต้นชะพลู ในขนาด 0.125 และ 0.25 กรัมต่อ
กิโลกรัมน้ำหนักตัวแก่หนูขาวปกติ โดยให้รับประทานครั้งเดียว พบว่ามีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลกลูโคส
ในเลือด แต่สารสกัดในขนาดดังกล่าวไม่สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูขาวที่เป็นเบาหวาน (streptozotocin-diabetic rats) อย่างไรก็ตามเมื่อให้สารสกัดดังกล่าวในขนาด 0.125 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวโดยการรับประทานติดต่อกันนาน 7 วันแก่หนูขาวที่เป็นเบาหวาน พบว่าสามารถ
ลดระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดได้
      3.การทดลองในคน ปรากฏว่าถึงแม้ชะพลูจะสามารถลดน้ำตาลในเลือดได้ แต่ผลยังไม่สมบูรณ์และมีไม่มาก ทั้งนี้อาจเกิดจากผู้ป่วยที่ทดลองใช้ชะพลูยังมีจำนวนน้อยอยู่
     4.วงการวิทยาศาสตร์ของอเมริกายกย่องว่าชะพลูสามารถป้องกันมะเร็งได้
                  วิธีใช้ตามภูมิปัญญาไทย
            
                      
Thanks: ฝากรูป จดโดเมน .co.th                          



1  .แก้เบาหวาน เอาต้นชะพลู ทั้ง 5 (เอาทั้งต้นตลอกถึงราก) มา 1 กำมือ พับเป็น 3 ทบใช้ ตอกไม้ไผ่มัดเป็น 3 เปราะ ใส่หม้อดินต้มกับน้ำ 3 ขัน เคี่ยวเหลือ 1 ขัน รับประทานครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร ได้ผลชะงัดหรือจะเอาใบชะพลูทั้งต้นและใบ 9 ต้น ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ในภาชนะพร้อมด้วยน้ำ 2 ถ้วยแก้ว ต้มเคี่ยวให้เหลือครึ่งถ้วยแก้ว รับประทานให้หมดก่อนอาหารเย็น โดยรับประทาน 15 วันต่อครั้ง เมื่อรับประทานไปได้ 2 ครั้ง ภายใน 30 วันแล้ว ลองไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์กรวดน้ำปัสสาวะ หากปกติให้หยุด ถ้ายังมีน้ำตาลในปัสสาวะให้ต้มรับประทานต่อ
2.ยาแก้โรคถ่ายปัสสาวะบ่อยๆ เอาเปลือกหอยแครง 7 ฝา (เผาไฟให้เป็นขี้เถ้า) กับต้นชะพลูทั้ง 5 นำมาย่างไฟให้กรอบ ตำผสม กันให้ละเอียด ใช้ชงกับน้ำร้อน รับประทานต่างน้ำชามีสรรพคุณแก้โรคถ่ายปัสสาวะบ่อยๆได้ผลชะงัด
3.แก้ขัดเบา เอาต้นแจงทั้ง 5 หนัก 3 ตำลึง ชะพลู หนัก 3 ตำลึง แก่น ไม้สัก 3 ตำลึง ตัวยาทั้ง3 นี้ ใส่หม้อดิน กับน้ำ 3 ส่วน ต้มเคี่ยว ให้เหลือ 1 ส่วน ใช้น้ำยารับประทาน เช้า-เย็น แก้ขัดเบาได้ผลชะงัก 4. เจริญอาหาร บำรุงธาตุ ขับเสมหะ นำใบชะพลูมาจิ้มน้ำพริก หรือกะปิหลน น้ำพริกปลาป่น หรือจะนำใบชะพลูมาทำเมี่ยงคำ ทานวันละ อย่างน้อย ๗ ใบ ทุกวัน จะทำให้ธาตุปกติ เจริญอาหาร ขับเสมหะได้ดี
5.แก้โรคเส้นเลือดในร่างกายแข็ง ซึ่งโรคดัง
กล่าวมีคนเป็นกันมาก เมื่อเป็นแล้วทำให้เลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงหัวใจและสมองมีปัญหา ก่อให้ เกิดอาการเส้นโลหิตแตกหรือหัก เสียชีวิตได้ โดยเอา "ชะพลู" ทั้งต้นรวมราก จำนวน 3 ต้น ต้มกับน้ำ 1 ลิตร ตักดื่มครั้งละครึ่งแก้ว เช้าเย็น ดื่มจนตัวยาจืดแล้วเปลี่ยนยาใหม่ ดื่มให้ครบ 15 วัน จึงหยุด จากนั้นไปให้แพทย์ตรวจดู จะพบว่าอาการที่เป็นจะหายไป โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ
ข้อควรระวัง
ไม่ควรรับประทานใบชะพลูมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดอาการเวียนศรีษะ และทำให้มีการสะสมของสารออกซาเลท (Oxalate) ในร่างกายสูง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคนิ่วในไต เวลารับประทานควรปรุงร่วมกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ จะช่วยให้ย่อยง่ายขึ้นในการใช้รักษาโรคเบาหวานจะต้องคอยตรวจน้ำตาลในปัสสาวะก่อนและหลังดื่มน้ำทุกครั้ง เพราะยานี้ทำให้น้ำตาลลดลงเร็วมาก และในการต้มจะต้องเปลี่ยนต้นชะพลูใหม่ทุกวัน
                                  
                   
Thanks: ฝากรูป จดโดเมน .co.th


อ้างอิง โครงการหนูรักผักสีเขียว, มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยและสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล. มหัศจรรย์ผัก 108. กรุงเทพฯ ,2545
โอภาส เชฏฐากุล. สมุนไพรต้านเบาหวาน. กรุงเทพฯ : ปาปิรุส พับลิเคชั่น, 2540
จากคอลัมภ์ "พืชใกล้ตัว" โดย ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ของวารสาร"อภัยภูเบศรสาร" ปีที่ 4 ฉบับที่ 38 ประจำเดือน สิงหาคม 2549
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 19 กันยายน 2553 03:46:33 โดย lung_ood »

ออฟไลน์ kroonlongderse1

  • เนสเซอรี่..
  • *
  • กระทู้: 17
    • ดูรายละเอียด
Re: ต้นชะพลู
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 09 สิงหาคม 2557 06:43:12 »

แนะนำงานดีๆสำหรับคนที่ว่างงาน ตกงาน หางาน ไม่มีงานทำ ไม่อยากว่าง.
อยากเปลียนงาน อยากมีเงินใช้มากขึ้น ลองดูงานนี้ดูเเล้วกันครับ.
พินิจพิจารณาดูก่อนได้เลย ไม่ว่าจะเปิดเล่น เปิดดู เปิดเเล้วสนใจ.
ไม่ว่ากันลองดูเลยครับ
เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครหลายๆ คน

 >>คลิกเพื่อดูรายละเอียดเว็บไซต์<<  <<<
 >>คลิกเพื่อดูรายละเอียดเว็บไซต์<<  <<<
 >>คลิกเพื่อดูรายละเอียดเว็บไซต์<<  <<<


***หมายเหตุ รับเฉพาะ กรุงเทพเเละปริมณฑล ลพบุรี โคราช ระยอง พัทยา สุราษฎ์ธานี  เชียงใหม่ อุดรธานี หรือจังหวัดใกล้เคียง